หน้าหลัก > คลังความรู้ EA・MT5 > Swap และต้นทุนการเทรด

ต้นทุนการเทรดการใช้งานระดับเริ่มต้น

Swap และต้นทุนการเทรด — สิ่งที่บั่นทอนกำไรของ EA อย่างเงียบ ๆ

อัปเดตล่าสุด: 2026-05-20 | เวลาอ่านโดยประมาณ: 13 นาที

กำไรขาดทุนของ EA มักถูกมองว่าคือ "กำไรจากการเทรดที่ชนะ" หักด้วย "ขาดทุนจากการเทรดที่แพ้" แต่ในความเป็นจริงยังมีต้นทุนอีกประเภทที่ค่อย ๆ สะสมในทุกการเทรด ได้แก่ สเปรด slippage ค่าคอมมิชชัน และ swap บทความนี้อธิบายกลไกของต้นทุนเหล่านี้และผลกระทบต่อผลลัพธ์ของ EA

ทำไมต้นทุนการเทรดจึงสำคัญ

ต้นทุนแต่ละครั้งอาจดูเล็กน้อย แต่เนื่องจาก EA เทรดซ้ำ ๆ ต้นทุนจึงสะสมตามจำนวนครั้ง EA ที่เทรด 10 ครั้งต่อวันจะจ่ายต้นทุนมากกว่า 2,000 ครั้งต่อปี

EA ที่มีความได้เปรียบน้อยจะได้รับผลกระทบจากต้นทุนอย่างรุนแรง EA ที่มีกำไรเฉลี่ยต่อการเทรดน้อย อาจเผชิญสถานการณ์ที่ต้นทุนการเทรดสูงกว่ากำไร ทำให้บัญชีไม่เติบโตแม้จะเทรดชนะ

ประสิทธิภาพที่แท้จริงของ EA วัดจาก "หลังหักต้นทุนแล้ว" หาก backtest ตั้งค่าต้นทุนไว้ต่ำเกินไป จะเจอความแตกต่างที่เจ็บปวดในการใช้งานจริง

ต้นทุนการเทรด 4 ประเภท

1

สเปรด

ส่วนต่างระหว่างราคาขายและราคาซื้อ เกิดขึ้นทันทีที่เปิดออเดอร์ เป็นต้นทุนพื้นฐานที่เกิดขึ้นทุกการเทรด

2

Slippage

ความต่างระหว่างราคาที่ต้องการกับราคาที่ execution จริง เกิดขึ้นมากในช่วงตลาดผันผวนหรือโบรกเกอร์ที่ execution ช้า อาจเกิดในทิศทางที่ไม่ดีหรือดีก็ได้

3

ค่าคอมมิชชัน

ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บแยกต่างหากต่อการเทรดในบัญชีประเภท ECN รูปแบบทั่วไปคือสเปรดแคบแต่มีค่าคอมมิชชัน

4

Swap

การปรับดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นเมื่อถือโพซิชันข้ามคืน อาจได้รับหรือต้องจ่าย ส่งผลมากต่อ EA ที่ถือโพซิชันระยะยาว

กลไกของ swap

Swap คือการปรับยอดที่เกิดจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างสองประเทศ เมื่อถือโพซิชันข้ามวัน จะได้รับหรือถูกหักทุกวัน ทิศทาง buy และ sell มีเครื่องหมายตรงข้ามกัน หากฝั่งหนึ่งเป็นบวก อีกฝั่งจะเป็นลบ

EA ประเภท day trade ที่ปิดออเดอร์ภายในวันเดียวกันแทบไม่ได้รับผลกระทบจาก swap แต่ EA กลางถึงยาวที่ถือโพซิชันหลายวันถึงหลายสัปดาห์ swap ที่สะสมจะส่งผลอย่างมากต่อผลกำไรขาดทุน การถือ swap ติดลบในทิศทางที่ยาวนานจะบั่นทอนกำไรแม้จะมีกำไรอยู่

โดยทั่วไปการถือโพซิชันข้ามคืนวันพุธจะได้รับ swap 3 วันรวมกัน (รวมวันเสาร์อาทิตย์) หากใช้ EA กลางถึงยาว ควรตรวจสอบ swap ฝั่ง buy และ sell ของคู่สกุลเงินที่ต้องการเทรดให้แน่ใจ

ความเข้ากันได้ระหว่างต้นทุนการเทรดและ EA

ต้นทุนที่ส่งผลขึ้นอยู่กับประเภทของ EA

ประเภทของ EAต้นทุนที่ส่งผลมากเป็นพิเศษ
Scalping (ระยะสั้นมาก)สเปรดและ slippage ความถี่การเทรดสูงมาก ความต่างเล็กน้อยสะสมกันมาก
Day trade (H1-H4)สเปรดและค่าคอมมิชชัน swap แทบไม่เกี่ยวข้อง
กลางถึงยาวและ trend followingSwap ถือโพซิชันนานทำให้สะสมมาก
ประเภท martingale/averagingสเปรดและ swap ถือโพซิชันจำนวนมากไว้นาน จึงส่งผลทั้งคู่
เมื่อเลือก EA ควรคิดว่า "ต้นทุนประเภทใดในบัญชีของเราส่งผลต่อ EA ตัวนี้" การรัน EA scalping บนบัญชีสเปรดสูง หรือใช้ EA กลางยาวในทิศทาง swap ติดลบ จะส่งผลเสียต่อผลลัพธ์อย่างมาก

แนวคิดในการลดต้นทุนการเทรด

ต้นทุนการเทรดไม่สามารถเป็นศูนย์ได้ แต่สามารถลดลงได้ด้วยการเลือกที่ถูกต้อง

1

เลือกบัญชีที่เหมาะกับประเภทของ EA

EA ที่เทรดบ่อยให้เลือกบัญชีที่มีต้นทุนรวมต่ำ EA กลางถึงยาวให้เลือกสภาพแวดล้อม swap ที่ดี

2

เปรียบเทียบด้วยต้นทุนรวม

อย่าตัดสินจากสเปรดที่แคบอย่างเดียว ให้เปรียบเทียบต้นทุนรวมรวมค่าคอมมิชชัน

3

สะท้อนต้นทุนใน backtest อย่างถูกต้อง

ทำ backtest ด้วยสเปรด ค่าคอมมิชชัน และ swap ของบัญชีที่จะใช้จริง และตรวจสอบว่ายังมีกำไรหลังหักต้นทุนแล้ว

4

หลีกเลี่ยง EA ที่เทรดมากโดยไม่จำเป็น

ยิ่งเทรดบ่อย ต้นทุนรวมยิ่งสูง EA ความถี่สูงที่มีความได้เปรียบน้อยมักแพ้ต้นทุน

การลดต้นทุนการเทรดคือ "การป้องกัน" ไม่ใช่ "การรุก" ไม่โดดเด่นแต่ถ้าลดต้นทุนได้ 10% ส่วนนั้นจะกลายเป็นกำไรที่แน่นอน

🏦 เลือกโบรกเกอร์ที่เหมาะกับ EA

ต้นทุนการเทรดเปลี่ยนแปลงได้มากตามโบรกเกอร์ที่เลือก อ่านวิธีตรวจสอบความเข้ากันได้ระหว่าง EA กับโบรกเกอร์

อ่านเรื่องการเลือกโบรกเกอร์ →

คำถามที่พบบ่อย

Q: swap คืออะไร

คือการปรับยอดที่เกิดขึ้นเมื่อถือโพซิชันข้ามวัน อ้างอิงจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างสองประเทศ ได้รับหรือถูกหักทุกวัน ทิศทาง buy และ sell มีเครื่องหมายตรงข้ามกัน EA ประเภท day trade แทบไม่ได้รับผลกระทบ แต่ EA กลางถึงยาวจะส่งผลอย่างมากต่อผลกำไรขาดทุน

Q: ต้นทุนการเทรดส่งผลต่อผลลัพธ์ของ EA มากแค่ไหน

ขึ้นอยู่กับประเภทของ EA สำหรับ EA scalping ที่เทรดบ่อย ต้นทุนอาจกินกำไรส่วนใหญ่ไป EA ที่เทรด 10 ครั้งต่อวันจะมีต้นทุนมากกว่า 2,000 ครั้งต่อปี ความต่างเล็กน้อยจึงกลายเป็นตัวเลขที่ใหญ่มาก

Q: การเลือกบัญชีสเปรดแคบจะทำให้ต้นทุนต่ำสุดหรือไม่

ไม่จำเป็น บัญชีประเภท ECN ที่มีสเปรดแคบมักมีค่าคอมมิชชันแยกต่างหากต่อการเทรด ควรเปรียบเทียบ "ต้นทุนรวม" รวมค่าคอมมิชชัน ไม่ใช่แค่สเปรด

Q: EA กลางถึงยาวควรให้ความสำคัญกับ swap มากแค่ไหน

EA กลางถึงยาวที่ถือโพซิชันหลายวันถึงหลายสัปดาห์ต้องให้ความสำคัญกับ swap ที่สะสม การถือ swap ติดลบในทิศทางที่ยาวนานจะบั่นทอนกำไรทีละน้อยทุกวัน ควรตรวจสอบ swap ของคู่สกุลเงินที่จะเทรดให้แน่ใจก่อน

Q: ควรตั้งค่าต้นทุนในการ backtest เท่าไร

ควรตั้งค่าให้ตรงกับสเปรดเฉลี่ย ค่าคอมมิชชัน และ swap ของบัญชีที่จะใช้จริง หากต้องการมองโลกในแง่ร้ายมากขึ้น ลองตั้งสเปรดที่ประมาณ 1.5 เท่าของค่าเฉลี่ยแล้วทดสอบใหม่ หากยังมีกำไรก็ให้ความมั่นใจได้มากขึ้น